11.2.2 · เมื่อความจริงถูกบิด

ออกจากหน้านี้ทันที
อ่านฉบับไม่ใช้ JavaScript · เมื่อความจริงถูกบิด

ฉบับอ่านและฝึกบนกระดาษ · ตอน 11.2.2

เมื่อความจริงถูกบิด

When Your Memory Is Questioned

เป้าหมาย: รู้จักการปั่นหัว (gaslighting) เล่าเหตุการณ์และคำพูดของผู้อื่นด้วย reported speech อย่างชัดเจน เชื่อความทรงจำของตัวเอง และจดบันทึกเหตุการณ์อย่างปลอดภัย

1 · ฉากเปิดและบทสนทนา

สองสัปดาห์ต่อมา ลินห์โทรหานิดจากห้องน้ำของร้านกาแฟ เสียงของเธอสั่น เธอสับสน เพราะสามีบอกว่าเรื่องที่เธอจำได้ไม่เคยเกิดขึ้น

Linh

Nid, can I ask you something? Am I going crazy?

นิด ขอถามอะไรหน่อย ฉันกำลังเป็นบ้าหรือเปล่า

Nid

What happened? Take your time.

เกิดอะไรขึ้น ค่อย ๆ เล่านะ

Linh

Last night he threw my phone against the wall. This morning he said I dropped it myself. He said that I always exaggerate.

เมื่อคืนเขาขว้างโทรศัพท์ฉันใส่กำแพง เช้านี้เขาบอกว่าฉันทำหล่นเอง เขาบอกว่าฉันพูดเกินจริงตลอด

Nid

What do you remember?

แล้วเธอจำได้ว่ายังไง

Linh

I remember he threw it. I saw it. But he says it so confidently that I start to doubt myself.

ฉันจำได้ว่าเขาขว้าง ฉันเห็นกับตา แต่เขาพูดมั่นใจมาก จนฉันเริ่มสงสัยตัวเอง

Nid

You’re not going crazy. When someone tells you again and again that your memory is wrong, it’s called gaslighting.

เธอไม่ได้เป็นบ้า เวลาที่ใครบอกเราซ้ำ ๆ ว่าความทรงจำของเราผิด เขาเรียกว่าการปั่นหัว

Linh

Gaslighting… I’ve heard that word.

แก๊สไลต์ติง ฉันเคยได้ยินคำนี้

Nid

Your memory matters. Some people write down what happens, with the date, and keep it somewhere safe.

ความทรงจำของเธอสำคัญนะ บางคนจดสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมวันที่ แล้วเก็บไว้ในที่ปลอดภัย

Linh

He checks my phone, though.

แต่เขาตรวจโทรศัพท์ฉันนะ

Nid

Then maybe not on your phone. You could keep notes at my house, or with someone you trust.

งั้นอย่าเก็บในโทรศัพท์ เธอฝากบันทึกไว้ที่บ้านฉัน หรือกับคนที่ไว้ใจได้

2 · ถอดรหัส

1. เกิดอะไรขึ้นเมื่อคืน และสามีลินห์พูดอะไรในตอนเช้า

  1. โทรศัพท์หล่นเอง และสามีช่วยซ่อม
  2. ลินห์ทำโทรศัพท์หาย
  3. สามีขว้างโทรศัพท์ใส่กำแพง แล้วตอนเช้าบอกว่าลินห์ทำหล่นเอง
  4. ทั้งคู่ซื้อโทรศัพท์ใหม่
เปิดเฉลยและเหตุผลทุกตัวเลือก
  1. ไม่ใช่
  2. ไม่ใช่
  3. คำตอบที่เหมาะสม — ถูก
  4. ไม่ใช่

2. gaslighting คืออะไรตามที่นิดอธิบาย

  1. การบอกซ้ำ ๆ ว่าความทรงจำของอีกฝ่ายผิด จนเขาสงสัยตัวเอง
  2. การเปิดแก๊สในบ้าน
  3. การลืมเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
  4. การทะเลาะเรื่องเงิน
เปิดเฉลยและเหตุผลทุกตัวเลือก
  1. คำตอบที่เหมาะสม — ถูก
  2. แปลตรงตัวเกินไป
  3. ไม่ใช่
  4. ไม่ใช่

3. ทำไมนิดจึงแนะนำไม่ให้เก็บบันทึกไว้ในโทรศัพท์

  1. เพราะโทรศัพท์แพง
  2. เพราะบันทึกบนกระดาษสวยกว่า
  3. เพราะโทรศัพท์แตกแล้ว
  4. เพราะสามีตรวจโทรศัพท์ บันทึกอาจถูกเห็นและทำให้ลินห์ไม่ปลอดภัย
เปิดเฉลยและเหตุผลทุกตัวเลือก
  1. ไม่ใช่
  2. ไม่ใช่
  3. ไม่ใช่ประเด็น
  4. คำตอบที่เหมาะสม — ถูก

3 · วลีทอง

What happened? Take your time. (neu)
เกิดอะไรขึ้น ค่อย ๆ เล่านะ
เปิดให้เล่าโดยไม่เร่ง
What do you remember? (neu)
คุณจำได้ว่าอย่างไร
ให้ความสำคัญกับความทรงจำของเขา
You’re not going crazy. (cas)
คุณไม่ได้เป็นบ้า
ประโยคที่คนถูกปั่นหัวต้องการได้ยิน
Your memory matters. (neu)
ความทรงจำของคุณสำคัญ
ยืนยันการรับรู้ของเขา
That’s not how I remember it. (neu)
ฉันจำไม่ได้ว่าเป็นอย่างนั้น
ยืนยันความทรงจำของตัวเองโดยไม่ต้องเถียง
I know what I saw. (neu)
ฉันรู้ว่าฉันเห็นอะไร
ประโยคที่พูดกับตัวเองได้เมื่อเริ่มสงสัย
Some people write down what happens, with the date. (neu)
บางคนจดสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมวันที่
เสนอวิธีโดยไม่สั่ง
Then maybe not on your phone. (cas)
งั้นอย่าเก็บในโทรศัพท์
คิดเรื่องความปลอดภัยไปพร้อมกัน

4 · คำศัพท์

gaslighting (n.)
การปั่นหัวให้สงสัยความทรงจำของตัวเอง
Gaslighting is a form of abuse.
doubt (v./n.)
สงสัย / ความสงสัย
I started to doubt myself.
exaggerate (v.)
พูดเกินจริง
He says I always exaggerate.
confidently (adv.)
อย่างมั่นใจ
He said it so confidently.
memory (n.)
ความทรงจำ
My memory is clear.
deny (v.)
ปฏิเสธว่าไม่จริง
He denied throwing the phone.
record (n./v.)
บันทึก
Keep a record of what happens.
date (n.)
วันที่
Write the date and time.
evidence (n.)
หลักฐาน
Notes can be evidence later.
trust (v.)
ไว้ใจ
Keep it with someone you trust.

5 · ไวยากรณ์: เล่าว่าใครพูดอะไร

เมื่อต้องเล่าเหตุการณ์ให้เพื่อน ผู้ช่วยเหลือ ตำรวจ หรือทนายฟัง สิ่งสำคัญคือแยกให้ชัดว่าอะไรคือสิ่งที่เกิดขึ้น และอะไรคือสิ่งที่อีกฝ่ายพูด รูปแบบ reported speech ช่วยให้เล่าได้ชัดเจนและน่าเชื่อถือ

หลักจำ: say กับ tell ต่างกัน · He said (that)… ไม่ต้องมีผู้ฟัง · He told me (that)… ต้องมีผู้ฟังตามหลัง told · เล่าเหตุการณ์ในอดีต ให้เลื่อนกริยาเป็นอดีต เช่น He said, “You dropped it.” → He said that I dropped it.
Said + what. Told + who + what.
โครงสร้างตัวอย่างใช้เมื่อ
He said (that) + S + V2He said that I dropped it.เล่าสิ่งที่เขาพูดในอดีต
He says (that) + S + VHe says I always exaggerate.สิ่งที่เขาพูดซ้ำ ๆ จนถึงตอนนี้
He told me (that) + …He told me that nobody would believe me.told ต้องมีผู้ฟัง
I saw + คน + VI saw him throw it.บอกสิ่งที่เห็นด้วยตาตัวเอง

ลองแปลงประโยค

He say I drop it myself.

เปิดตัวอย่างและเหตุผล

He said that I dropped it myself.

อดีตทั้งสองส่วน

He told that I am crazy.

เปิดตัวอย่างและเหตุผล

He told me that I was crazy.

told ต้องมีผู้ฟัง

I see he throw it.

เปิดตัวอย่างและเหตุผล

I saw him throw it.

see + คน + V

Maybe I wrong…

เปิดตัวอย่างและเหตุผล

That’s not how I remember it.

ยืนยันความทรงจำโดยไม่ต้องเถียง

6 · บันไดความสุภาพ

“That’s not what happened.”

  1. You’re a liar! I’ll tell everyone what you did!
    เข้าใจได้ แต่การเผชิญหน้ากับคนที่ใช้ความรุนแรงอาจทำให้อันตรายเพิ่มขึ้น
  2. Maybe you’re right… I’m sorry.
    ยอมทิ้งความทรงจำของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่การปั่นหัวต้องการ
  3. That’s not how I remember it.
    ยืนยันความทรงจำอย่างสงบ ไม่ต้องเถียงต่อ
  4. (Stays calm, says little, and later writes it down somewhere safe.)
    ในสถานการณ์ที่อาจไม่ปลอดภัย การไม่เถียงคือการป้องกันตัว ไม่ใช่การยอมแพ้
  5. I’m sorry, I’m so stupid. I always remember things wrong…
    โทษตัวเอง ทำให้การปั่นหัวได้ผลยิ่งขึ้น

7 · วัฒนธรรม: gaslighting คืออะไร และทำไมการจดบันทึกจึงสำคัญ

gaslighting คือการทำให้อีกฝ่ายสงสัยความทรงจำและการรับรู้ของตัวเองซ้ำ ๆ เช่น ปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้น บอกว่าเราอ่อนไหวเกินไป หรือบอกว่าไม่มีใครเชื่อเรา สำหรับคนที่อยู่ต่างแดนและใช้ภาษาที่สอง ผลของ gaslighting อาจหนักกว่า เพราะอีกฝ่ายอาจอ้างว่าเรา “ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ” หรือ “เข้าใจวัฒนธรรมผิด”

จดบันทึกอย่างปลอดภัย

จดวัน เวลา สิ่งที่เกิดขึ้น และคำพูดที่ได้ยิน สั้น ๆ ตามจริง เก็บไว้ในที่ที่อีกฝ่ายเข้าถึงไม่ได้ เช่น บ้านเพื่อนที่ไว้ใจ อีเมลใหม่ที่อีกฝ่ายไม่รู้ หรือฝากไว้กับผู้ช่วยเหลือ บันทึกแบบนี้ช่วยทั้งความมั่นใจในตัวเอง และอาจเป็นหลักฐานในภายหลัง

ภาษาที่สองไม่ใช่จุดอ่อนของความทรงจำ

เราอาจพูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง แต่เรารู้ว่าเราเห็นและรู้สึกอะไร สายด่วน ตำรวจ และศาลในหลายแห่งจัดล่ามได้ เพื่อให้เราเล่าด้วยภาษาของเราเอง

หลักสามข้อ: เชื่อความทรงจำของตัวเอง · จดสั้น ๆ พร้อมวันที่ และเก็บในที่ปลอดภัย · ไม่จำเป็นต้องเถียงเพื่อพิสูจน์ความจริง โดยเฉพาะเมื่ออาจไม่ปลอดภัย
You don’t need him to admit it. You know what happened.

ข้อควรรู้: ถ้าคู่ชีวิตตรวจโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ ประวัติการค้นหาและข้อความอาจถูกเห็น ให้ใช้อุปกรณ์ในที่ที่ปลอดภัย เช่น ห้องสมุดหรือบ้านเพื่อน เมื่อค้นหาข้อมูลความช่วยเหลือ สายด่วนความรุนแรงในครอบครัวแห่งชาติของสหรัฐฯ โทร 1-800-799-7233 หรือส่งข้อความ START ไปที่ 88788 ฟรี เป็นความลับ ตลอด 24 ชั่วโมง มีบริการกว่า 200 ภาษา

8 · คิดก่อนพูด

สถานการณ์ ก: ลินห์เล่าต่อด้วยความโกรธ

Linh: “Maybe I should just argue with him until he admits it.”

Yes! Make him admit it!

พิจารณาผลของคำตอบนี้

การเผชิญหน้ากับคนที่ควบคุมและใช้ความรุนแรงอาจทำให้อันตรายเพิ่มขึ้น

Maybe he’s right, and you’re just tired.

พิจารณาผลของคำตอบนี้

เข้าร่วมการปั่นหัวโดยไม่ตั้งใจ

You don’t need him to admit it. You know what happened. Your safety is more important than winning the argument.

พิจารณาผลของคำตอบนี้

ยืนยันความจริงของเพื่อน และเอาความปลอดภัยมาก่อน

คำถามชวนคิด: ทำไมการ “ชนะการเถียง” จึงไม่ใช่เป้าหมายในสถานการณ์นี้

สถานการณ์ ข: ลินห์พูดขึ้นด้วยความท้อ

Linh: “Who would believe me? My English isn’t good.”

You need to improve your English first. Then people will listen.

พิจารณาผลของคำตอบนี้

ทำให้ภาษาเป็นเงื่อนไขของความยุติธรรม ซึ่งไม่จริง

Don’t worry, everything will be fine.

พิจารณาผลของคำตอบนี้

ปลอบลอย ๆ ไม่ได้ให้ข้อมูลที่ช่วยได้

I believe you. And you can ask for an interpreter. Hotlines and many police departments can get one. Your words matter in any language.

พิจารณาผลของคำตอบนี้

เชื่อเพื่อน และให้ข้อมูลที่เปลี่ยนสถานการณ์ได้จริง

คำถามชวนคิด: ประโยค Your words matter in any language ตอบความกลัวลึก ๆ ข้อไหนของลินห์

9 · แบบฝึก

4. He ___ that I dropped it.

  1. said
  2. told
  3. say
  4. tell
เปิดเฉลยและเหตุผลทุกตัวเลือก
  1. คำตอบที่เหมาะสม — ถูก
  2. ผิด told ต้องมีผู้ฟังตามหลัง
  3. ผิด เหตุการณ์ในอดีต
  4. ผิด

5. He told ___ that I was crazy.

  1. (ไม่ต้องเติม)
  2. to me
  3. me
  4. for me
เปิดเฉลยและเหตุผลทุกตัวเลือก
  1. ผิด
  2. ผิด
  3. คำตอบที่เหมาะสม — ถูก
  4. ผิด

6. I saw him ___ my phone.

  1. threw
  2. throw
  3. to throw
  4. thrown
เปิดเฉลยและเหตุผลทุกตัวเลือก
  1. ผิด หลัง see + คน ใช้กริยาช่องหนึ่ง
  2. คำตอบที่เหมาะสม — ถูก
  3. ผิด
  4. ผิด

7. ข้อใดอธิบาย gaslighting ได้ถูกต้อง

  1. การลืมวันเกิด
  2. การเถียงกันเรื่องเงิน
  3. การพูดเกินจริงครั้งเดียว
  4. การทำให้อีกฝ่ายสงสัยความทรงจำและการรับรู้ของตัวเองซ้ำ ๆ
เปิดเฉลยและเหตุผลทุกตัวเลือก
  1. ไม่ใช่
  2. ไม่ใช่
  3. ไม่ใช่
  4. คำตอบที่เหมาะสม — ถูก

8. ถ้าคู่ชีวิตตรวจโทรศัพท์ ควรเก็บบันทึกเหตุการณ์ไว้ที่ไหน

  1. กับคนที่ไว้ใจ หรือในที่ที่อีกฝ่ายเข้าถึงไม่ได้
  2. ในโทรศัพท์
  3. ในลิ้นชักข้างเตียง
  4. ไม่ต้องจด
เปิดเฉลยและเหตุผลทุกตัวเลือก
  1. คำตอบที่เหมาะสม — ถูก
  2. เสี่ยง
  3. เสี่ยง
  4. เสียโอกาส

9. ลินห์กลัวว่าไม่มีใครเชื่อเพราะภาษาอังกฤษไม่ดี ควรตอบอย่างไร

  1. Improve your English first.
  2. Everything will be fine.
  3. I believe you. You can ask for an interpreter.
  4. Nobody will believe you.
เปิดเฉลยและเหตุผลทุกตัวเลือก
  1. ไม่จริงและทำร้าย
  2. ลอยเกินไป
  3. คำตอบที่เหมาะสม — ดีที่สุด
  4. ทำร้ายมาก

เรียงประโยค

ฉันจำไม่ได้ว่าเป็นอย่างนั้น

เปิดตัวอย่างประโยค

That’s not how I remember it.

เขาบอกว่าฉันทำมันหล่นเอง

เปิดตัวอย่างประโยค

He said that I dropped it myself.

เขียนใหม่ให้ได้ผล

ประโยคนี้แสดงว่าผู้พูดเริ่มเชื่อคำปั่นหัวแล้ว ลองเขียนใหม่ให้เล่าเหตุการณ์อย่างชัดเจน และยืนยันความทรงจำของตัวเอง

Maybe I am crazy. He say it never happen.

  • ใช้ reported speech ให้ถูก (He said that…)
  • บอกความทรงจำของตัวเองด้วย I remember หรือ I saw
  • ไม่โทษตัวเอง
  • ใช้กริยาอดีตให้ถูก
เปิดตัวอย่างคำตอบ

He said that it never happened. But I remember it. I saw him throw my phone.

That’s not how I remember it. On March third, he threw my phone against the wall.

การเล่าที่มีวันที่และรายละเอียด คือภาษาที่ผู้ช่วยเหลือและผู้มีอำนาจรับฟัง

10 · ภารกิจจริง

สัปดาห์นี้ ให้ ฝึกเขียนบันทึกเหตุการณ์แบบสั้น เป็นภาษาอังกฤษ จากเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวัน เช่น การนัดหมายหรือการคุยกับเพื่อน ให้มีวันที่ เวลา สิ่งที่เกิดขึ้น และคำพูดที่ได้ยิน เพื่อให้ทักษะนี้พร้อมใช้ถ้าวันหนึ่งจำเป็น

  • On (date), at (time),…
  • He / She said that…
  • I saw…
  • I remember…

เกณฑ์ประเมินการพูดด้วยตนเอง

ลองพูดตามเป้าหมายของตอนโดยไม่ดูตัวอย่าง แล้วประเมินแต่ละด้าน 0–2 คะแนน นี่เป็นเครื่องมือฝึก ไม่ใช่ผลสอบหรือการรับรอง CEFR

ด้าน0 · ยังต้องฝึก1 · ทำได้เมื่อมีคำช่วย2 · ทำได้ด้วยตนเอง
สารสำคัญครบยังบอกสิ่งที่ต้องการไม่ครบบอกได้บางส่วน เมื่อมีคำช่วยบอกสารจำเป็นและสิ่งที่ต้องการได้ครบ
ฟังเข้าใจได้ยังต้องหยุดหรืออ่านตามเกือบทุกคำฟังเข้าใจได้ แม้หยุดคิดหรือพูดซ้ำฟังเข้าใจได้ต่อเนื่องตามจังหวะของตน
เหมาะกับสถานการณ์น้ำเสียงหรือถ้อยคำยังไม่ตรงเป้าหมายเลือกวลีได้เหมาะ เมื่อดูตัวอย่างเลือกถ้อยคำได้เหมาะ รวมถึงขอบเขตที่จำเป็น
ซ่อมการสื่อสารยังไม่รู้จะขอให้ช่วยอย่างไรขอให้พูดซ้ำหรือยืนยันได้เมื่อมีคำช่วยขอให้พูดซ้ำ ชี้แจง หรือยืนยันความเข้าใจได้

รวมเต็ม 8 คะแนน เลือกฝึกเพิ่มเพียงด้านเดียว แล้วลองพูดอีกครั้ง ไม่ต้องเลียนสำเนียงเจ้าของภาษาเพื่อให้ได้คะแนน

เนื้อหาในโมดูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการเรียนภาษาและความรู้เบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กฎหมายและบริการแตกต่างกันในแต่ละประเทศและแต่ละรัฐ สำหรับสถานการณ์ของคุณเอง ควรปรึกษาผู้ช่วยเหลือจากสายด่วน องค์กรช่วยเหลือทางกฎหมาย หรือทนายความ

กลับสารบัญโมดูล · หลักสูตรทั้งหมด · หน้าร้านชุดฝึก