ENG English · สำนักพิมพ์ประชาชน · ENG001
อังกฤษ 30 ประโยคที่ใช้ได้จริง
30 Real-Life English Sentences — to start, ask, check, fix, and open doors
ประโยคไม่กี่ประโยคที่ใช้เป็น มีค่ากว่าคำศัพท์พันคำที่ไม่เคยได้พูดออกมา
- 5 บท · 5 หน้าที่ของภาษา
- 30 ประโยคแกน + 90 รูปดัดแปลง
- 5 บทสนทนาพร้อมปุ่มฟัง
- 25 ข้อฝึก + แบบทดสอบท้ายชุด 12 ข้อ
- เหตุผลทุกตัวเลือก
- ภารกิจจริง 5 ภารกิจ
- งานปลายชุด + เกณฑ์ · แผนฝึก 14 วัน
เหมาะกับผู้เริ่มต้นถึงระดับพื้นฐาน (ประมาณ A1–A2) ที่อ่านประโยคสั้นได้ แต่ยังไม่กล้าหรือไม่ทันพูด
สิทธิเรียนออนไลน์ด้วยบัญชีที่ซื้อ กลับมาทบทวนได้ที่หน้านี้ · ไม่มีไฟล์ดาวน์โหลด · ปุ่มฟังใช้เสียงสังเคราะห์ของอุปกรณ์ ไม่ใช่เสียงบันทึกครู · ไม่รวมการตรวจเสียงรายบุคคล
Why 30 sentencesทำไมต้อง 30 ประโยค
คนไทยจำนวนมากไม่ได้ขาดคำศัพท์ แต่ขาด “ประโยคแรก” ประโยคที่ทำให้เราเปิดปากได้ในวินาทีที่จำเป็น เราเรียนภาษาอังกฤษกันมานับสิบปี แต่เมื่อพนักงานพูดเร็ว เมื่อบิลผิด หรือเมื่อมีโอกาสดี ๆ ยืนอยู่ตรงหน้า ภาษาที่สะสมไว้กลับเงียบอยู่ในหัว ปัญหาจึงไม่ใช่ความรู้น้อย แต่เป็นความรู้ที่ยังไม่ถูกจัดให้พร้อมใช้
ชุดนี้ไม่ได้เริ่มจากกฎไวยากรณ์ แต่เริ่มจากคำถามว่า ในชีวิตจริงเราต้องใช้ภาษาทำอะไรบ้าง คำตอบคือห้าหน้าที่ที่ซ้ำแล้วซ้ำอีกในการสื่อสารแทบทุกครั้ง ได้แก่ เปิดบทสนทนา ขอความช่วยเหลือ ตรวจสอบข้อมูล แก้ปัญหา และสร้างโอกาส เราคัดประโยคที่ทำงานหนักที่สุดมาหน้าที่ละหก รวมเป็นสามสิบ และทุกประโยคมี “ช่อง” ให้เปลี่ยนคำได้ ประโยคเดียวจึงขยายเป็นหลายสิบประโยคที่เป็นเรื่องของคุณเอง
เป้าหมายของชุดนี้ไม่ใช่การพูดเหมือนเจ้าของภาษา แต่คือการพูดให้ชัด สุภาพ และไม่ยอมแพ้ต่อความเงียบ คนที่ถามได้ ทวนได้ และไม่เห็นด้วยอย่างมีมารยาทได้ คือคนที่ดูแลผลประโยชน์ของตนเองได้ในโลกที่ภาษาอังกฤษยังเป็นประตูสำคัญของงาน การศึกษา และโอกาส
How to useเรียนอย่างไรให้ประโยคติดปาก
แต่ละประโยคควรผ่านวงจรสี่จังหวะ เริ่มจาก ฟัง กดปุ่มฟังแล้วสังเกตจังหวะ เสียงหนัก และทำนองท้ายประโยค จากนั้น พูดตาม ทันทีโดยไม่ต้องรอให้จำได้ครบ ทำซ้ำสามครั้ง ครั้งสุดท้ายให้พูดพร้อมเสียงไปเลย แล้วจึง เปลี่ยนช่อง ใส่ชื่อ สถานที่ หรือเรื่องของคุณลงในส่วนที่ไฮไลต์สีทอง และสุดท้ายคือ ใช้จริง ผ่านภารกิจท้ายบท ซึ่งเป็นขั้นที่เปลี่ยนความรู้ให้เป็นทักษะ
อย่าเปิดดูเฉลยก่อนลองเอง ความพยายามนึกคำตอบแม้จะผิด ช่วยให้สมองจำคำอธิบายที่ตามมาได้ดีกว่าการอ่านเฉลยทันที คำตอบปลายเปิดไม่จำเป็นต้องเหมือนตัวอย่างทุกคำ ให้ตรวจว่าประโยคของคุณทำหน้าที่ได้ครบหรือไม่
ก่อนเริ่ม ลองตรวจตัวเอง
ทำเครื่องหมายสิ่งที่คุณทำได้แล้วเป็นภาษาอังกฤษ แล้วกลับมาดูอีกครั้งเมื่อจบชุด
บทที่ 1 / 5 · Starting a conversationเปิดบทสนทนาโดยไม่ต้องรอให้พร้อม เรียนฟรี
เมื่อจบบทนี้: ทักทาย แนะนำตัว ถามกลับ คุยต่ออีกสองสามประโยค และปิดบทสนทนาอย่างอบอุ่น โดยไม่ต้องท่องบทยาว
หลายคนคิดว่าการเริ่มคุยกับคนแปลกหน้าเป็นภาษาอังกฤษต้องใช้ความกล้ามาก แต่ในความเป็นจริง บทสนทนาส่วนใหญ่เริ่มจากประโยคธรรมดาไม่กี่ประโยค สิ่งที่ทำให้เราเงียบจึงมักไม่ใช่การไม่รู้ศัพท์ หากเป็นความไม่แน่ใจว่า “ควรพูดอะไรเป็นประโยคแรก” และ “พูดแล้วจะต่ออย่างไร”
บทนี้ให้โครงง่าย ๆ สามจังหวะ คือ เปิด–ถามกลับ–ปิด เปิดด้วยการทักหรือแนะนำตัว ถามคำถามหนึ่งข้อที่ให้อีกฝ่ายได้พูด แล้วปิดด้วยประโยคที่ทิ้งความรู้สึกดีไว้ เมื่อมีโครงนี้ในมือ เราไม่จำเป็นต้องเก่งเรื่องเล่า เพียงต้องรู้ว่าจังหวะถัดไปคืออะไร
6 ประโยคแกนของบทนี้
Hi, I’m Mali. Nice to meet you.
สวัสดี ฉันชื่อมะลิ ยินดีที่ได้รู้จัก
- ใช้เมื่อไร
- เจอคนใหม่ครั้งแรก ทั้งในที่ทำงาน ห้องเรียน งานสัมมนา หรือชีวิตทั่วไป เมื่ออีกฝ่ายพูดก่อน ให้ตอบว่า Nice to meet you, too.
- โครงที่เปลี่ยนช่องได้
- Hi, I’m [ชื่อ]. Nice to meet you.
- ดัดแปลงต่อ
- Hello, my name is Mali.
สุภาพและเป็นทางการขึ้นเล็กน้อย เหมาะกับการประชุมหรือการแนะนำต่อหน้ากลุ่ม - Hi, I’m Mali. I work at the front desk.
เพิ่มบทบาทหนึ่งอย่าง ช่วยให้อีกฝ่ายจำได้และมีเรื่องถามต่อ - Nice to meet you, too.
ประโยคตอบกลับเมื่ออีกฝ่ายพูดก่อน
- Hello, my name is Mali.
ระวังจุดพลาด: ไม่ต้องใส่คำนำหน้า Mr. / Miss / Ms. กับชื่อตัวเองเวลาแนะนำตัว เพราะ “I’m Miss Mali.” ฟังเหมือนยกย่องตัวเอง และอย่าพูด “I’m name Mali.” ซึ่งผิดโครงสร้าง ใช้ I’m Mali. หรือ My name is Mali. อย่างใดอย่างหนึ่งพอ
What do you do?
คุณทำงานอะไร / ทำอาชีพอะไร
- ใช้เมื่อไร
- ถามเรื่องงานแบบเป็นกันเองหลังทักทายแล้ว ตอบด้วย I’m a … (อาชีพ) หรือ I work at / in … (ที่ทำงาน)
- โครงที่เปลี่ยนช่องได้
- What do you do? → I’m a [อาชีพ]. / I work at [สถานที่].
- ดัดแปลงต่อ
- What do you do for work?
ชัดขึ้นว่าถามเรื่องงาน - Are you a student here?
ถามแบบเดาและให้ตอบ yes / no ได้ง่าย เหมาะกับคนที่ยังไม่กล้าพูดยาว - I’m a nurse. I work at a hospital in Udon.
คำตอบที่ดี: อาชีพ + ที่ทำงาน แล้วค่อยถามกลับ
- What do you do for work?
ระวังจุดพลาด: What do you do? ถามอาชีพ แต่ What are you doing? ถามว่า “ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่” ความหมายต่างกันมาก และเวลาตอบอย่าพูด “I’m work at…” เพราะ I’m ใช้กับคำนาม/คุณศัพท์ เรื่องที่ทำเป็นประจำใช้ I work at…
How’s your day going?
วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง
- ใช้เมื่อไร
- ชวนคุยต่อหลังทักทาย กับเพื่อนร่วมงาน พนักงานร้านที่คุ้นหน้า หรือเพื่อนบ้าน คำตอบสั้นแล้วถามกลับคือจังหวะที่เป็นธรรมชาติที่สุด
- โครงที่เปลี่ยนช่องได้
- How’s your [day / week / trip] going? → Pretty good, thanks. And you?
- ดัดแปลงต่อ
- How’s your week going?
ใช้กลางสัปดาห์ - How was your weekend?
ถามสิ่งที่จบไปแล้วใช้ was เช่น วันจันทร์ถามถึงเสาร์–อาทิตย์ - Not bad, thanks. How about you?
ตอบแบบสบาย ๆ แล้วส่งลูกกลับ
- How’s your week going?
ระวังจุดพลาด: “I’m fine, thank you, and you?” ไม่ผิด แต่ถ้าพูดเหมือนท่องทุกครั้งจะฟังเหมือนบทในตำรา ลองตอบให้มีชีวิต เช่น Pretty good, thanks! It’s busy today. ข้อมูลเล็ก ๆ หนึ่งอย่างช่วยให้บทสนทนาเดินต่อ
Is this seat taken?
ที่นั่งนี้มีคนจองหรือยัง
- ใช้เมื่อไร
- ในร้านกาแฟ รถโดยสาร ห้องอบรม หรือโต๊ะรวม เป็นประโยคที่สุภาพและมักกลายเป็นประตูสู่บทสนทนา
- โครงที่เปลี่ยนช่องได้
- Is this [seat / table / spot] taken? → No, go ahead. / Sorry, it’s taken.
- ดัดแปลงต่อ
- Is anyone sitting here?
ความหมายเดียวกัน ใช้ได้ทั่วไป - Do you mind if I sit here?
สุภาพมาก แต่ต้องระวังวิธีตอบ (ดูด้านล่าง) - Sorry, it’s taken. My friend is coming.
ตอบปฏิเสธพร้อมเหตุผลสั้น ๆ
- Is anyone sitting here?
ระวังจุดพลาด: Do you mind if…? แปลตรงตัวว่า “คุณรังเกียจไหม ถ้า…” ถ้ายินดีให้นั่ง ต้องตอบ No, not at all. หรือ No, go ahead. คนไทยจำนวนมากตอบ Yes เพื่อให้ฟังสุภาพ แต่ความหมายกลายเป็น “ใช่ ฉันรังเกียจ”
Where are you from?
คุณมาจากไหน
- ใช้เมื่อไร
- ถามถิ่นที่มาเมื่อคุยกับคนจากต่างที่ ตอบด้วย I’m from … และเพิ่มข้อมูลให้อีกฝ่ายเห็นภาพ
- โครงที่เปลี่ยนช่องได้
- Where are you from? → I’m from [ที่มา].
- ดัดแปลงต่อ
- I’m from Khon Kaen, in the northeast of Thailand.
ชาวต่างชาติอาจไม่รู้จักจังหวัด การบอกภูมิภาคช่วยให้คุยต่อได้ - Where in Thailand?
ถามเจาะลงไป เมื่ออีกฝ่ายตอบกว้าง ๆ - Where do you live now?
ถามที่อยู่ปัจจุบัน ซึ่งอาจไม่ใช่ที่เดียวกับที่มา
- I’m from Khon Kaen, in the northeast of Thailand.
ระวังจุดพลาด: ในการพูดเร็วอาจได้ยิน “Where you from?” แต่ในรูปเต็มต้องมี are และเวลาตอบอย่าลืม am: I’m from Thailand. ไม่ใช่ “I from Thailand.”
It was nice talking to you.
ดีใจที่ได้คุยด้วย
- ใช้เมื่อไร
- ปิดบทสนทนาอย่างอบอุ่น ทิ้งความรู้สึกดีและเปิดทางให้คุยกันอีก
- โครงที่เปลี่ยนช่องได้
- It was nice talking to you. [See you around. / Have a good day.]
- ดัดแปลงต่อ
- Nice talking to you. See you around.
สั้นและเป็นกันเอง - I have to go now, but it was great to meet you.
บอกเหตุที่ต้องไปอย่างสุภาพ ไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าถูกตัดบท - Let’s talk again soon.
ชวนต่อในอนาคต
- Nice talking to you. See you around.
ระวังจุดพลาด: ใช้ was เพราะการคุยกำลังจะจบลง ส่วน Nice to meet you ใช้ตอนเพิ่งพบกัน เมื่อลากันครั้งแรกจะพูด Nice meeting you. ก็ได้
เสียงที่ทำให้ฟังรู้เรื่อง
เสียงอ่อนของคำเล็ก: ใน Nice to meet you คำว่า to ไม่ได้ออกเสียงเต็มว่า “ทู” แต่เป็นเสียงสั้นเบา ๆ คล้าย “ทะ” ทั้งวลีจึงไหลเป็นก้อนเดียว “ไนซ์-ทะ-มีท-ยู” โดยเน้นที่ MEET
ทำนองเสียงคำถาม: คำถามที่ขึ้นต้นด้วย What / Where / How มักลงเสียงต่ำตอนท้าย ส่วนคำถาม yes/no เช่น Is this seat taken? มักขึ้นเสียงตอนท้าย ลองกดฟังแล้วสังเกตปลายประโยค
บทสนทนาจริง
ฉาก: ก่อนเริ่มการอบรม
สังเกตว่าทั้งสองคนพูดสั้น แต่ทุกคำตอบมี “ข้อมูลเพิ่มหนึ่งอย่าง” และ “ส่งคำถามกลับ” บทสนทนาจึงเดินต่อได้เองโดยไม่ต้องใช้ประโยคยาก
ฝึกเลือกให้เหมาะ · 5 ข้อ
แตะตัวเลือกเพื่อดูเหตุผล หากยังไม่ถูกให้อ่านคำอธิบายแล้วลองใหม่ ระบบนับเฉพาะข้อที่ถูกตั้งแต่ครั้งแรก
1. คุณพบเพื่อนร่วมงานใหม่เป็นครั้งแรก ประโยคเปิดใดเหมาะที่สุด
2. มีคนถามว่า “Do you mind if I sit here?” และคุณยินดีให้นั่ง ควรตอบว่า
3. “What do you do?” ถามเรื่องใด
4. ประโยคใดถูกต้อง
5. วันจันทร์ คุณอยากถามเพื่อนเรื่องวันเสาร์–อาทิตย์ที่ผ่านมา
ทำแล้ว 0/5 ข้อ
ฝึกเขียนแล้วพูด
เขียนการแนะนำตัว 3 ประโยคตามโครง “ชื่อ + ข้อมูลหนึ่งอย่าง + คำถามกลับ” จากนั้นอ่านออกเสียง 3 รอบ รอบสุดท้ายให้ปิดหน้าจอแล้วพูด
ดูตัวอย่างคำตอบ
Hi, I’m Nok. I’m a nursing student from Chiang Rai. What do you do?
ตรวจตนเอง: มีชื่อไหม มีข้อมูลที่ทำให้อีกฝ่ายจำได้ไหม และจบด้วยคำถามที่ส่งลูกให้อีกฝ่ายพูดหรือไม่ ประโยคของคุณไม่ต้องเหมือนตัวอย่าง ขอให้ครบสามหน้าที่
บทที่ 2 / 5 · Asking for helpขอความช่วยเหลือโดยไม่เสียศักดิ์ศรี เรียนฟรี
เมื่อจบบทนี้: เรียกความสนใจอย่างสุภาพ ขอให้พูดซ้ำหรือพูดช้าลง ถามคำศัพท์ ถามทาง และขอให้ช่วยทำให้ดู
การไม่เข้าใจไม่ใช่ความล้มเหลว ความล้มเหลวที่แท้คือการพยักหน้าทั้งที่ยังไม่เข้าใจ แล้วไปแบกผลของความเข้าใจผิดเอาเอง ผู้เรียนภาษาที่ก้าวหน้าเร็วที่สุดมักไม่ใช่คนที่ฟังออกทุกคำ แต่เป็นคนที่ “ขอความชัดเจน” เป็น
บทนี้รวมประโยคที่ทำให้เราควบคุมความเร็วและความชัดของบทสนทนาได้ เมื่อขออย่างสุภาพ อีกฝ่ายส่วนใหญ่ยินดีปรับให้ เพราะเขาก็อยากให้การสื่อสารสำเร็จเช่นกัน
6 ประโยคแกนของบทนี้
Excuse me, could you help me?
ขอโทษนะคะ/ครับ ช่วยหน่อยได้ไหม
- ใช้เมื่อไร
- เรียกความสนใจคนแปลกหน้าหรือพนักงานอย่างสุภาพ ก่อนบอกว่าต้องการอะไร
- โครงที่เปลี่ยนช่องได้
- Excuse me, could you help me with [this form / my bag]?
- ดัดแปลงต่อ
- Excuse me, could you help me with this form?
ระบุเรื่องที่ขอให้ช่วยทันที อีกฝ่ายตัดสินใจได้เร็ว - Sorry to bother you, but could you help me?
สุภาพมาก เหมาะเมื่ออีกฝ่ายกำลังยุ่ง - Could you give me a hand?
เป็นกันเอง มักใช้กับงานที่ต้องใช้แรงหรือมือช่วย
- Excuse me, could you help me with this form?
ระวังจุดพลาด: Excuse me ใช้ขอความสนใจหรือขอทาง ส่วน Sorry ใช้ขอโทษเพราะทำผิด และอย่าตะโกนเพียง “Help me!” เพราะฟังเหมือนเหตุฉุกเฉิน
Sorry, could you say that again, please?
ขอโทษค่ะ/ครับ ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม
- ใช้เมื่อไร
- เมื่อฟังไม่ทันหรือได้ยินไม่ชัด ใช้ได้ทั้งต่อหน้าและทางโทรศัพท์
- โครงที่เปลี่ยนช่องได้
- Sorry, could you [say that again / repeat the last part], please?
- ดัดแปลงต่อ
- Sorry, I didn’t catch that.
ฟังเป็นธรรมชาติ หมายถึงฟังไม่ทัน ไม่ได้แปลว่าไม่เข้าใจทั้งหมด - Could you say the last part again?
ขอเฉพาะช่วงที่พลาด อีกฝ่ายไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด - Sorry, was that fifteen or fifty?
ทวนเฉพาะจุดที่สงสัย ใช้ได้ดีกับตัวเลข
- Sorry, I didn’t catch that.
ระวังจุดพลาด: “What?” คำเดียวฟังห้วนและอาจดูไม่พอใจ ส่วน “Again, please.” ฟังคล้ายคำสั่ง ใส่ Sorry, could you… ไว้ข้างหน้าจะนุ่มลงทันที
Could you speak a little more slowly, please?
ช่วยพูดช้าลงอีกนิดได้ไหม
- ใช้เมื่อไร
- เมื่ออีกฝ่ายพูดเร็วเกินไป คำว่า a little ทำให้คำขอเบาลงและไม่ฟังเหมือนตำหนิ
- โครงที่เปลี่ยนช่องได้
- Could you speak a little more [slowly / loudly / clearly], please?
- ดัดแปลงต่อ
- Could you slow down a little?
สั้นและเป็นกันเอง - English is my second language, so could you speak a little more slowly?
บอกเหตุผล คนส่วนใหญ่จะปรับให้อย่างเต็มใจ - Thanks, that’s much clearer.
ขอบคุณหลังอีกฝ่ายปรับ ช่วยรักษาบรรยากาศ
- Could you slow down a little?
ระวังจุดพลาด: ใช้ slowly (คำกริยาวิเศษณ์) ขยาย speak ไม่ใช่ “speak more slow” ในภาษาที่เป็นแบบแผน และขอเพียงครั้งเดียวต่อช่วง หากยังเร็ว ให้ใช้ประโยคที่ 8 ขอเฉพาะส่วนที่พลาด
How do you say “umbrella” in Thai?
คำว่า umbrella ภาษาไทยพูดว่าอย่างไร
- ใช้เมื่อไร
- ถามคำแปลหรือคำที่นึกไม่ออก กลับทิศได้ เช่น ถามคำอังกฤษของคำไทย
- โครงที่เปลี่ยนช่องได้
- How do you say “[คำ]” in [English / Thai]?
- ดัดแปลงต่อ
- How do you say “ร่ม” in English?
ใช้กับครู เพื่อน หรือคนที่คุยด้วย ไม่ต้องอายที่ถาม - What’s this called in English?
ชี้ที่ของจริงแล้วถาม ใช้ได้แม้ไม่รู้คำไทยที่ตรงกัน - How do you spell that?
ขอให้สะกด เมื่อได้ยินคำใหม่แต่ไม่แน่ใจตัวเขียน
- How do you say “ร่ม” in English?
ระวังจุดพลาด: “How to say…?” พบบ่อยในหัวข้อคลิปหรือการค้นหา แต่ไม่ใช่รูปคำถามที่ใช้พูด ต้องเป็น How do you say…?
Where is the nearest pharmacy?
ร้านขายยาที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน
- ใช้เมื่อไร
- ถามหาสถานที่จำเป็น ร้านขายยา ตู้ ATM ป้ายรถ ห้องน้ำ แล้วตั้งใจฟังคำบอกทิศทาง
- โครงที่เปลี่ยนช่องได้
- Where is the nearest [ATM / bus stop / restroom]?
- ดัดแปลงต่อ
- Is there a pharmacy near here?
ถามว่ามีไหมก่อน ช่วยได้เมื่อไม่แน่ใจว่ามี - How do I get to the train station?
ถามวิธีไป ไม่ใช่แค่ที่ตั้ง - Is it far from here? Can I walk?
ถามต่อเพื่อวางแผนเดินทาง
- Is there a pharmacy near here?
ระวังจุดพลาด: ใช้ nearest ไม่ใช่ “most near” และเตรียมฟังคำตอบที่พบบ่อย: go straight (ตรงไป), turn left/right (เลี้ยวซ้าย/ขวา), next to (ข้าง ๆ), opposite (ตรงข้าม)
Could you show me how?
ช่วยทำให้ดูหน่อยได้ไหม
- ใช้เมื่อไร
- เมื่อคำอธิบายด้วยคำพูดไม่พอ เช่น ตู้ขายตั๋ว เครื่องถ่ายเอกสาร แอปใหม่ หรือแบบฟอร์มที่ซับซ้อน
- โครงที่เปลี่ยนช่องได้
- Could you show me how to [use this machine / fill this in]?
- ดัดแปลงต่อ
- Could you show me how to use this machine?
ระบุสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ - Could you show me on the map?
ให้ชี้บนแผนที่ ลดโอกาสหลง - Let me try. Is this right?
ลองทำเองแล้วขอให้ตรวจ ช่วยจำได้ดีกว่าดูอย่างเดียว
- Could you show me how to use this machine?
ระวังจุดพลาด: หลัง show me how to ใช้กริยาช่องที่ 1: how to use ไม่ใช่ “how to using”
เสียงที่ทำให้ฟังรู้เรื่อง
Could you พูดเร็วจะเชื่อมเป็นเสียงคล้าย “คู-จู” เพราะเสียง d ชนกับ y แล้วกลายเป็นเสียงใกล้ “จ” เมื่อฟังเจ้าของภาษาพูดว่า “คูจูเฮ็ลพ์มี” ให้รู้ว่านี่คือ Could you help me
please อยู่ท้ายประโยค ช่วยลดความแข็งของคำขอ ให้ลงเสียงต่ำและเบาลงเล็กน้อย ไม่ต้องลากยาว
บทสนทนาจริง
ฉาก: หน้าตู้ซื้อตั๋วรถไฟฟ้า
A ใช้สามประโยคจากบทนี้ต่อกัน: ขอความช่วยเหลือ ขอให้พูดซ้ำ และขอให้ทำให้ดู แล้วจบด้วยการลองเองและขอให้ตรวจ ซึ่งเป็นวิธีเรียนที่ทำให้จำได้นาน
ฝึกเลือกให้เหมาะ · 5 ข้อ
แตะตัวเลือกเพื่อดูเหตุผล หากยังไม่ถูกให้อ่านคำอธิบายแล้วลองใหม่ ระบบนับเฉพาะข้อที่ถูกตั้งแต่ครั้งแรก
1. คุณฟังพนักงานไม่ทัน ควรพูดว่าอะไร
2. คุณอยากรู้ว่า “ร่ม” ภาษาอังกฤษพูดว่าอย่างไร
3. คุณต้องการให้พนักงานในห้างช่วย ควรเริ่มอย่างไร
4. คุณถามหาตู้ ATM แล้วได้คำตอบว่า “It’s next to the coffee shop.” แปลว่า
5. ประโยคใดถูกต้องและสุภาพที่สุด
ทำแล้ว 0/5 ข้อ
ฝึกเขียนแล้วพูด
เขียนบทพูด 3 ประโยคสำหรับสถานการณ์นี้: คุณอยู่ที่คลินิกและไม่เข้าใจคำแนะนำเรื่องการกินยา ให้มีการเรียกความสนใจ การขอให้พูดช้าลง และการขอให้เขียนหรือชี้ให้ดู
ดูตัวอย่างคำตอบ
Excuse me, could you help me? Could you speak a little more slowly, please? And could you show me which medicine is for the morning?
สังเกตว่าทั้งสามประโยคใช้ Could you… ทั้งหมด โครงเดียวนี้ใช้ขอได้แทบทุกอย่าง เปลี่ยนเพียงกริยาหลังจากนั้น
Full set · 39 บาท / 39 เครดิตชุดเต็ม: บทที่ 3–5 แบบทดสอบ งานปลายชุด และแผนฝึก
หากสองบทแรกช่วยคุณได้ ชุดเต็มจะพาไปสู่สามหน้าที่ที่เหลือ ซึ่งเป็นส่วนที่ปกป้องผลประโยชน์และเปิดโอกาสได้มากที่สุด ได้แก่ การยืนยันข้อมูล เพื่อกันนัดผิด เงินผิด และงานผิด การแก้ปัญหาอย่างสุภาพ ทั้งการแจ้งบิลผิด การขอคืนเงิน และการไม่เห็นด้วยอย่างให้เกียรติ และ การสร้างโอกาส ผ่านบทแนะนำตัวที่บอกความสนใจและประสบการณ์อย่างเป็นรูปธรรม
ในชุดเต็มมีประโยคแกนอีก 18 ประโยคพร้อมรูปดัดแปลง บทสนทนาอีก 3 ฉาก แบบฝึก 15 ข้อ แบบทดสอบท้ายชุด 12 ข้อพร้อมเหตุผลทุกตัวเลือก งานปลายชุดสามฉากพร้อมเกณฑ์ประเมินและบทตัวอย่าง แผนฝึก 14 วัน และรายการเช็ก 30 ประโยคที่บันทึกความก้าวหน้าไว้ในอุปกรณ์ของคุณ ซื้อแล้วกลับมาเรียนต่อที่หน้านี้ได้ด้วยบัญชีเดิม
ส่วนนี้สำหรับผู้เรียนที่มีแพ็กแบบฝึกชุดเต็มแล้ว
จ่ายครั้งเดียว อยู่ในชั้นหนังสือของคุณ กลับมาเรียนต่อได้ทุกเมื่อ ทุกอุปกรณ์
฿39.00 หรือ 39 เครดิต
บัญชีช่วยเก็บทุกเล่มที่คุณปลดล็อกไว้ในชั้นหนังสือเดียว
Keep learningยังไม่ซื้อ ก็ฝึกต่อได้
สองบทแรกของชุดนี้เปิดให้เรียนฟรีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก และ ENG ยังมีบทเรียนฟรีอีกจำนวนมาก บทเรียนอังกฤษฟรีของ ENG · อ่าน “ภาษาอังกฤษเมื่อเราไม่เข้าใจ” ฟรีทั้งเล่ม ซึ่งเข้ากับบทที่ 2 ได้ดี เมื่อพร้อมฝึกพูดในสถานการณ์ที่หลากหลายขึ้น ชุด พูดอังกฤษในชีวิตประจำวัน · ชุดที่ 1 คือก้าวถัดไป
ประโยค บทสนทนา โจทย์ และตัวอย่างทั้งหมดในชุดนี้เขียนขึ้นใหม่สำหรับ ENG · สำนักพิมพ์ประชาชน ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทสนทนาเป็นตัวละครสมมติ การชำระเงินและการทำแบบฝึกไม่รับประกันผลการเรียน ผลลัพธ์ขึ้นกับการฝึกอย่างสม่ำเสมอ · ฉบับที่ 1 · 15 ตุลาคม 2569