ENG English · สำนักพิมพ์ประชาชน · ENG001

อังกฤษ 30 ประโยคที่ใช้ได้จริง

30 Real-Life English Sentences — to start, ask, check, fix, and open doors

ประโยคไม่กี่ประโยคที่ใช้เป็น มีค่ากว่าคำศัพท์พันคำที่ไม่เคยได้พูดออกมา

  • 5 บท · 5 หน้าที่ของภาษา
  • 30 ประโยคแกน + 90 รูปดัดแปลง
  • 5 บทสนทนาพร้อมปุ่มฟัง
  • 25 ข้อฝึก + แบบทดสอบท้ายชุด 12 ข้อ
  • เหตุผลทุกตัวเลือก
  • ภารกิจจริง 5 ภารกิจ
  • งานปลายชุด + เกณฑ์ · แผนฝึก 14 วัน
บทที่ 1–2 เรียนฟรีทั้งบท · ชุดเต็ม 39 บาท / 39 เครดิต
เหมาะกับผู้เริ่มต้นถึงระดับพื้นฐาน (ประมาณ A1–A2) ที่อ่านประโยคสั้นได้ แต่ยังไม่กล้าหรือไม่ทันพูด
สิทธิเรียนออนไลน์ด้วยบัญชีที่ซื้อ กลับมาทบทวนได้ที่หน้านี้ · ไม่มีไฟล์ดาวน์โหลด · ปุ่มฟังใช้เสียงสังเคราะห์ของอุปกรณ์ ไม่ใช่เสียงบันทึกครู · ไม่รวมการตรวจเสียงรายบุคคล
ลองฝึกฟรี →ดูรายละเอียดชุดเต็ม

Why 30 sentencesทำไมต้อง 30 ประโยค

คนไทยจำนวนมากไม่ได้ขาดคำศัพท์ แต่ขาด “ประโยคแรก” ประโยคที่ทำให้เราเปิดปากได้ในวินาทีที่จำเป็น เราเรียนภาษาอังกฤษกันมานับสิบปี แต่เมื่อพนักงานพูดเร็ว เมื่อบิลผิด หรือเมื่อมีโอกาสดี ๆ ยืนอยู่ตรงหน้า ภาษาที่สะสมไว้กลับเงียบอยู่ในหัว ปัญหาจึงไม่ใช่ความรู้น้อย แต่เป็นความรู้ที่ยังไม่ถูกจัดให้พร้อมใช้

ชุดนี้ไม่ได้เริ่มจากกฎไวยากรณ์ แต่เริ่มจากคำถามว่า ในชีวิตจริงเราต้องใช้ภาษาทำอะไรบ้าง คำตอบคือห้าหน้าที่ที่ซ้ำแล้วซ้ำอีกในการสื่อสารแทบทุกครั้ง ได้แก่ เปิดบทสนทนา ขอความช่วยเหลือ ตรวจสอบข้อมูล แก้ปัญหา และสร้างโอกาส เราคัดประโยคที่ทำงานหนักที่สุดมาหน้าที่ละหก รวมเป็นสามสิบ และทุกประโยคมี “ช่อง” ให้เปลี่ยนคำได้ ประโยคเดียวจึงขยายเป็นหลายสิบประโยคที่เป็นเรื่องของคุณเอง

เป้าหมายของชุดนี้ไม่ใช่การพูดเหมือนเจ้าของภาษา แต่คือการพูดให้ชัด สุภาพ และไม่ยอมแพ้ต่อความเงียบ คนที่ถามได้ ทวนได้ และไม่เห็นด้วยอย่างมีมารยาทได้ คือคนที่ดูแลผลประโยชน์ของตนเองได้ในโลกที่ภาษาอังกฤษยังเป็นประตูสำคัญของงาน การศึกษา และโอกาส

How to useเรียนอย่างไรให้ประโยคติดปาก

แต่ละประโยคควรผ่านวงจรสี่จังหวะ เริ่มจาก ฟัง กดปุ่มฟังแล้วสังเกตจังหวะ เสียงหนัก และทำนองท้ายประโยค จากนั้น พูดตาม ทันทีโดยไม่ต้องรอให้จำได้ครบ ทำซ้ำสามครั้ง ครั้งสุดท้ายให้พูดพร้อมเสียงไปเลย แล้วจึง เปลี่ยนช่อง ใส่ชื่อ สถานที่ หรือเรื่องของคุณลงในส่วนที่ไฮไลต์สีทอง และสุดท้ายคือ ใช้จริง ผ่านภารกิจท้ายบท ซึ่งเป็นขั้นที่เปลี่ยนความรู้ให้เป็นทักษะ

อย่าเปิดดูเฉลยก่อนลองเอง ความพยายามนึกคำตอบแม้จะผิด ช่วยให้สมองจำคำอธิบายที่ตามมาได้ดีกว่าการอ่านเฉลยทันที คำตอบปลายเปิดไม่จำเป็นต้องเหมือนตัวอย่างทุกคำ ให้ตรวจว่าประโยคของคุณทำหน้าที่ได้ครบหรือไม่

กำลังตรวจเสียงของอุปกรณ์…

ก่อนเริ่ม ลองตรวจตัวเอง

ทำเครื่องหมายสิ่งที่คุณทำได้แล้วเป็นภาษาอังกฤษ แล้วกลับมาดูอีกครั้งเมื่อจบชุด

บทที่ 1 / 5 · Starting a conversationเปิดบทสนทนาโดยไม่ต้องรอให้พร้อม เรียนฟรี

เมื่อจบบทนี้: ทักทาย แนะนำตัว ถามกลับ คุยต่ออีกสองสามประโยค และปิดบทสนทนาอย่างอบอุ่น โดยไม่ต้องท่องบทยาว

หลายคนคิดว่าการเริ่มคุยกับคนแปลกหน้าเป็นภาษาอังกฤษต้องใช้ความกล้ามาก แต่ในความเป็นจริง บทสนทนาส่วนใหญ่เริ่มจากประโยคธรรมดาไม่กี่ประโยค สิ่งที่ทำให้เราเงียบจึงมักไม่ใช่การไม่รู้ศัพท์ หากเป็นความไม่แน่ใจว่า “ควรพูดอะไรเป็นประโยคแรก” และ “พูดแล้วจะต่ออย่างไร”

บทนี้ให้โครงง่าย ๆ สามจังหวะ คือ เปิด–ถามกลับ–ปิด เปิดด้วยการทักหรือแนะนำตัว ถามคำถามหนึ่งข้อที่ให้อีกฝ่ายได้พูด แล้วปิดด้วยประโยคที่ทิ้งความรู้สึกดีไว้ เมื่อมีโครงนี้ในมือ เราไม่จำเป็นต้องเก่งเรื่องเล่า เพียงต้องรู้ว่าจังหวะถัดไปคืออะไร

6 ประโยคแกนของบทนี้

1

Hi, I’m Mali. Nice to meet you.

สวัสดี ฉันชื่อมะลิ ยินดีที่ได้รู้จัก

ใช้เมื่อไร
เจอคนใหม่ครั้งแรก ทั้งในที่ทำงาน ห้องเรียน งานสัมมนา หรือชีวิตทั่วไป เมื่ออีกฝ่ายพูดก่อน ให้ตอบว่า Nice to meet you, too.
โครงที่เปลี่ยนช่องได้
Hi, I’m [ชื่อ]. Nice to meet you.
ดัดแปลงต่อ
  • Hello, my name is Mali.
    สุภาพและเป็นทางการขึ้นเล็กน้อย เหมาะกับการประชุมหรือการแนะนำต่อหน้ากลุ่ม
  • Hi, I’m Mali. I work at the front desk.
    เพิ่มบทบาทหนึ่งอย่าง ช่วยให้อีกฝ่ายจำได้และมีเรื่องถามต่อ
  • Nice to meet you, too.
    ประโยคตอบกลับเมื่ออีกฝ่ายพูดก่อน

ระวังจุดพลาด: ไม่ต้องใส่คำนำหน้า Mr. / Miss / Ms. กับชื่อตัวเองเวลาแนะนำตัว เพราะ “I’m Miss Mali.” ฟังเหมือนยกย่องตัวเอง และอย่าพูด “I’m name Mali.” ซึ่งผิดโครงสร้าง ใช้ I’m Mali. หรือ My name is Mali. อย่างใดอย่างหนึ่งพอ

2

What do you do?

คุณทำงานอะไร / ทำอาชีพอะไร

ใช้เมื่อไร
ถามเรื่องงานแบบเป็นกันเองหลังทักทายแล้ว ตอบด้วย I’m a … (อาชีพ) หรือ I work at / in … (ที่ทำงาน)
โครงที่เปลี่ยนช่องได้
What do you do? → I’m a [อาชีพ]. / I work at [สถานที่].
ดัดแปลงต่อ
  • What do you do for work?
    ชัดขึ้นว่าถามเรื่องงาน
  • Are you a student here?
    ถามแบบเดาและให้ตอบ yes / no ได้ง่าย เหมาะกับคนที่ยังไม่กล้าพูดยาว
  • I’m a nurse. I work at a hospital in Udon.
    คำตอบที่ดี: อาชีพ + ที่ทำงาน แล้วค่อยถามกลับ

ระวังจุดพลาด: What do you do? ถามอาชีพ แต่ What are you doing? ถามว่า “ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่” ความหมายต่างกันมาก และเวลาตอบอย่าพูด “I’m work at…” เพราะ I’m ใช้กับคำนาม/คุณศัพท์ เรื่องที่ทำเป็นประจำใช้ I work at…

3

How’s your day going?

วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง

ใช้เมื่อไร
ชวนคุยต่อหลังทักทาย กับเพื่อนร่วมงาน พนักงานร้านที่คุ้นหน้า หรือเพื่อนบ้าน คำตอบสั้นแล้วถามกลับคือจังหวะที่เป็นธรรมชาติที่สุด
โครงที่เปลี่ยนช่องได้
How’s your [day / week / trip] going? → Pretty good, thanks. And you?
ดัดแปลงต่อ
  • How’s your week going?
    ใช้กลางสัปดาห์
  • How was your weekend?
    ถามสิ่งที่จบไปแล้วใช้ was เช่น วันจันทร์ถามถึงเสาร์–อาทิตย์
  • Not bad, thanks. How about you?
    ตอบแบบสบาย ๆ แล้วส่งลูกกลับ

ระวังจุดพลาด: “I’m fine, thank you, and you?” ไม่ผิด แต่ถ้าพูดเหมือนท่องทุกครั้งจะฟังเหมือนบทในตำรา ลองตอบให้มีชีวิต เช่น Pretty good, thanks! It’s busy today. ข้อมูลเล็ก ๆ หนึ่งอย่างช่วยให้บทสนทนาเดินต่อ

4

Is this seat taken?

ที่นั่งนี้มีคนจองหรือยัง

ใช้เมื่อไร
ในร้านกาแฟ รถโดยสาร ห้องอบรม หรือโต๊ะรวม เป็นประโยคที่สุภาพและมักกลายเป็นประตูสู่บทสนทนา
โครงที่เปลี่ยนช่องได้
Is this [seat / table / spot] taken? → No, go ahead. / Sorry, it’s taken.
ดัดแปลงต่อ
  • Is anyone sitting here?
    ความหมายเดียวกัน ใช้ได้ทั่วไป
  • Do you mind if I sit here?
    สุภาพมาก แต่ต้องระวังวิธีตอบ (ดูด้านล่าง)
  • Sorry, it’s taken. My friend is coming.
    ตอบปฏิเสธพร้อมเหตุผลสั้น ๆ

ระวังจุดพลาด: Do you mind if…? แปลตรงตัวว่า “คุณรังเกียจไหม ถ้า…” ถ้ายินดีให้นั่ง ต้องตอบ No, not at all. หรือ No, go ahead. คนไทยจำนวนมากตอบ Yes เพื่อให้ฟังสุภาพ แต่ความหมายกลายเป็น “ใช่ ฉันรังเกียจ”

5

Where are you from?

คุณมาจากไหน

ใช้เมื่อไร
ถามถิ่นที่มาเมื่อคุยกับคนจากต่างที่ ตอบด้วย I’m from … และเพิ่มข้อมูลให้อีกฝ่ายเห็นภาพ
โครงที่เปลี่ยนช่องได้
Where are you from? → I’m from [ที่มา].
ดัดแปลงต่อ
  • I’m from Khon Kaen, in the northeast of Thailand.
    ชาวต่างชาติอาจไม่รู้จักจังหวัด การบอกภูมิภาคช่วยให้คุยต่อได้
  • Where in Thailand?
    ถามเจาะลงไป เมื่ออีกฝ่ายตอบกว้าง ๆ
  • Where do you live now?
    ถามที่อยู่ปัจจุบัน ซึ่งอาจไม่ใช่ที่เดียวกับที่มา

ระวังจุดพลาด: ในการพูดเร็วอาจได้ยิน “Where you from?” แต่ในรูปเต็มต้องมี are และเวลาตอบอย่าลืม am: I’m from Thailand. ไม่ใช่ “I from Thailand.”

6

It was nice talking to you.

ดีใจที่ได้คุยด้วย

ใช้เมื่อไร
ปิดบทสนทนาอย่างอบอุ่น ทิ้งความรู้สึกดีและเปิดทางให้คุยกันอีก
โครงที่เปลี่ยนช่องได้
It was nice talking to you. [See you around. / Have a good day.]
ดัดแปลงต่อ
  • Nice talking to you. See you around.
    สั้นและเป็นกันเอง
  • I have to go now, but it was great to meet you.
    บอกเหตุที่ต้องไปอย่างสุภาพ ไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าถูกตัดบท
  • Let’s talk again soon.
    ชวนต่อในอนาคต

ระวังจุดพลาด: ใช้ was เพราะการคุยกำลังจะจบลง ส่วน Nice to meet you ใช้ตอนเพิ่งพบกัน เมื่อลากันครั้งแรกจะพูด Nice meeting you. ก็ได้

เสียงที่ทำให้ฟังรู้เรื่อง

เสียงอ่อนของคำเล็ก: ใน Nice to meet you คำว่า to ไม่ได้ออกเสียงเต็มว่า “ทู” แต่เป็นเสียงสั้นเบา ๆ คล้าย “ทะ” ทั้งวลีจึงไหลเป็นก้อนเดียว “ไนซ์-ทะ-มีท-ยู” โดยเน้นที่ MEET

ทำนองเสียงคำถาม: คำถามที่ขึ้นต้นด้วย What / Where / How มักลงเสียงต่ำตอนท้าย ส่วนคำถาม yes/no เช่น Is this seat taken? มักขึ้นเสียงตอนท้าย ลองกดฟังแล้วสังเกตปลายประโยค

บทสนทนาจริง

ฉาก: ก่อนเริ่มการอบรม

AHi, is this seat taken?สวัสดีครับ ที่นั่งนี้มีคนจองไหม
BNo, go ahead.ไม่มีค่ะ เชิญเลย
AThanks. I’m Ton. Nice to meet you.ขอบคุณครับ ผมชื่อต้น ยินดีที่ได้รู้จัก
BNice to meet you, too. I’m Ploy.ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ ฉันชื่อพลอย
AWhat do you do, Ploy?พลอยทำงานอะไรครับ
BI’m a teacher. I work at a school in Khon Kaen. What about you?เป็นครูค่ะ สอนอยู่ที่โรงเรียนในขอนแก่น แล้วคุณล่ะ
AI work at a bank. I’m from Nan, but I live in Bangkok now.ผมทำงานธนาคาร มาจากน่าน แต่ตอนนี้อยู่กรุงเทพฯ
BNice! How’s your day going?ดีจัง วันนี้เป็นไงบ้างคะ
APretty good, thanks. A little busy. Oh, the session is starting.ก็ดีครับ ยุ่งนิดหน่อย อ้าว เริ่มแล้ว
BIt was nice talking to you.ดีใจที่ได้คุยกันนะคะ
AYou too, Ploy.เช่นกันครับพลอย

สังเกตว่าทั้งสองคนพูดสั้น แต่ทุกคำตอบมี “ข้อมูลเพิ่มหนึ่งอย่าง” และ “ส่งคำถามกลับ” บทสนทนาจึงเดินต่อได้เองโดยไม่ต้องใช้ประโยคยาก

ฝึกเลือกให้เหมาะ · 5 ข้อ

แตะตัวเลือกเพื่อดูเหตุผล หากยังไม่ถูกให้อ่านคำอธิบายแล้วลองใหม่ ระบบนับเฉพาะข้อที่ถูกตั้งแต่ครั้งแรก

1. คุณพบเพื่อนร่วมงานใหม่เป็นครั้งแรก ประโยคเปิดใดเหมาะที่สุด

2. มีคนถามว่า “Do you mind if I sit here?” และคุณยินดีให้นั่ง ควรตอบว่า

3. “What do you do?” ถามเรื่องใด

4. ประโยคใดถูกต้อง

5. วันจันทร์ คุณอยากถามเพื่อนเรื่องวันเสาร์–อาทิตย์ที่ผ่านมา

ทำแล้ว 0/5 ข้อ

ฝึกเขียนแล้วพูด

เขียนการแนะนำตัว 3 ประโยคตามโครง “ชื่อ + ข้อมูลหนึ่งอย่าง + คำถามกลับ” จากนั้นอ่านออกเสียง 3 รอบ รอบสุดท้ายให้ปิดหน้าจอแล้วพูด

ดูตัวอย่างคำตอบ

Hi, I’m Nok. I’m a nursing student from Chiang Rai. What do you do?

ตรวจตนเอง: มีชื่อไหม มีข้อมูลที่ทำให้อีกฝ่ายจำได้ไหม และจบด้วยคำถามที่ส่งลูกให้อีกฝ่ายพูดหรือไม่ ประโยคของคุณไม่ต้องเหมือนตัวอย่าง ขอให้ครบสามหน้าที่

ภารกิจจริง: ภายในสามวัน ใช้ประโยคที่ 1 และ 6 กับคนจริงหนึ่งครั้ง เช่น เพื่อนร่วมงานต่างชาติ ครู หรือคู่ฝึกในแอปแลกเปลี่ยนภาษา ถ้ายังไม่มีโอกาส ให้อัดเสียงตัวเองพูดบทสนทนาด้านบนในบท A แล้วฟังย้อน จดหนึ่งอย่างที่อยากพูดให้ดีขึ้น

บทที่ 2 / 5 · Asking for helpขอความช่วยเหลือโดยไม่เสียศักดิ์ศรี เรียนฟรี

เมื่อจบบทนี้: เรียกความสนใจอย่างสุภาพ ขอให้พูดซ้ำหรือพูดช้าลง ถามคำศัพท์ ถามทาง และขอให้ช่วยทำให้ดู

การไม่เข้าใจไม่ใช่ความล้มเหลว ความล้มเหลวที่แท้คือการพยักหน้าทั้งที่ยังไม่เข้าใจ แล้วไปแบกผลของความเข้าใจผิดเอาเอง ผู้เรียนภาษาที่ก้าวหน้าเร็วที่สุดมักไม่ใช่คนที่ฟังออกทุกคำ แต่เป็นคนที่ “ขอความชัดเจน” เป็น

บทนี้รวมประโยคที่ทำให้เราควบคุมความเร็วและความชัดของบทสนทนาได้ เมื่อขออย่างสุภาพ อีกฝ่ายส่วนใหญ่ยินดีปรับให้ เพราะเขาก็อยากให้การสื่อสารสำเร็จเช่นกัน

6 ประโยคแกนของบทนี้

7

Excuse me, could you help me?

ขอโทษนะคะ/ครับ ช่วยหน่อยได้ไหม

ใช้เมื่อไร
เรียกความสนใจคนแปลกหน้าหรือพนักงานอย่างสุภาพ ก่อนบอกว่าต้องการอะไร
โครงที่เปลี่ยนช่องได้
Excuse me, could you help me with [this form / my bag]?
ดัดแปลงต่อ
  • Excuse me, could you help me with this form?
    ระบุเรื่องที่ขอให้ช่วยทันที อีกฝ่ายตัดสินใจได้เร็ว
  • Sorry to bother you, but could you help me?
    สุภาพมาก เหมาะเมื่ออีกฝ่ายกำลังยุ่ง
  • Could you give me a hand?
    เป็นกันเอง มักใช้กับงานที่ต้องใช้แรงหรือมือช่วย

ระวังจุดพลาด: Excuse me ใช้ขอความสนใจหรือขอทาง ส่วน Sorry ใช้ขอโทษเพราะทำผิด และอย่าตะโกนเพียง “Help me!” เพราะฟังเหมือนเหตุฉุกเฉิน

8

Sorry, could you say that again, please?

ขอโทษค่ะ/ครับ ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม

ใช้เมื่อไร
เมื่อฟังไม่ทันหรือได้ยินไม่ชัด ใช้ได้ทั้งต่อหน้าและทางโทรศัพท์
โครงที่เปลี่ยนช่องได้
Sorry, could you [say that again / repeat the last part], please?
ดัดแปลงต่อ
  • Sorry, I didn’t catch that.
    ฟังเป็นธรรมชาติ หมายถึงฟังไม่ทัน ไม่ได้แปลว่าไม่เข้าใจทั้งหมด
  • Could you say the last part again?
    ขอเฉพาะช่วงที่พลาด อีกฝ่ายไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด
  • Sorry, was that fifteen or fifty?
    ทวนเฉพาะจุดที่สงสัย ใช้ได้ดีกับตัวเลข

ระวังจุดพลาด: “What?” คำเดียวฟังห้วนและอาจดูไม่พอใจ ส่วน “Again, please.” ฟังคล้ายคำสั่ง ใส่ Sorry, could you… ไว้ข้างหน้าจะนุ่มลงทันที

9

Could you speak a little more slowly, please?

ช่วยพูดช้าลงอีกนิดได้ไหม

ใช้เมื่อไร
เมื่ออีกฝ่ายพูดเร็วเกินไป คำว่า a little ทำให้คำขอเบาลงและไม่ฟังเหมือนตำหนิ
โครงที่เปลี่ยนช่องได้
Could you speak a little more [slowly / loudly / clearly], please?
ดัดแปลงต่อ
  • Could you slow down a little?
    สั้นและเป็นกันเอง
  • English is my second language, so could you speak a little more slowly?
    บอกเหตุผล คนส่วนใหญ่จะปรับให้อย่างเต็มใจ
  • Thanks, that’s much clearer.
    ขอบคุณหลังอีกฝ่ายปรับ ช่วยรักษาบรรยากาศ

ระวังจุดพลาด: ใช้ slowly (คำกริยาวิเศษณ์) ขยาย speak ไม่ใช่ “speak more slow” ในภาษาที่เป็นแบบแผน และขอเพียงครั้งเดียวต่อช่วง หากยังเร็ว ให้ใช้ประโยคที่ 8 ขอเฉพาะส่วนที่พลาด

10

How do you say “umbrella” in Thai?

คำว่า umbrella ภาษาไทยพูดว่าอย่างไร

ใช้เมื่อไร
ถามคำแปลหรือคำที่นึกไม่ออก กลับทิศได้ เช่น ถามคำอังกฤษของคำไทย
โครงที่เปลี่ยนช่องได้
How do you say “[คำ]” in [English / Thai]?
ดัดแปลงต่อ
  • How do you say “ร่ม” in English?
    ใช้กับครู เพื่อน หรือคนที่คุยด้วย ไม่ต้องอายที่ถาม
  • What’s this called in English?
    ชี้ที่ของจริงแล้วถาม ใช้ได้แม้ไม่รู้คำไทยที่ตรงกัน
  • How do you spell that?
    ขอให้สะกด เมื่อได้ยินคำใหม่แต่ไม่แน่ใจตัวเขียน

ระวังจุดพลาด: “How to say…?” พบบ่อยในหัวข้อคลิปหรือการค้นหา แต่ไม่ใช่รูปคำถามที่ใช้พูด ต้องเป็น How do you say…?

11

Where is the nearest pharmacy?

ร้านขายยาที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน

ใช้เมื่อไร
ถามหาสถานที่จำเป็น ร้านขายยา ตู้ ATM ป้ายรถ ห้องน้ำ แล้วตั้งใจฟังคำบอกทิศทาง
โครงที่เปลี่ยนช่องได้
Where is the nearest [ATM / bus stop / restroom]?
ดัดแปลงต่อ
  • Is there a pharmacy near here?
    ถามว่ามีไหมก่อน ช่วยได้เมื่อไม่แน่ใจว่ามี
  • How do I get to the train station?
    ถามวิธีไป ไม่ใช่แค่ที่ตั้ง
  • Is it far from here? Can I walk?
    ถามต่อเพื่อวางแผนเดินทาง

ระวังจุดพลาด: ใช้ nearest ไม่ใช่ “most near” และเตรียมฟังคำตอบที่พบบ่อย: go straight (ตรงไป), turn left/right (เลี้ยวซ้าย/ขวา), next to (ข้าง ๆ), opposite (ตรงข้าม)

12

Could you show me how?

ช่วยทำให้ดูหน่อยได้ไหม

ใช้เมื่อไร
เมื่อคำอธิบายด้วยคำพูดไม่พอ เช่น ตู้ขายตั๋ว เครื่องถ่ายเอกสาร แอปใหม่ หรือแบบฟอร์มที่ซับซ้อน
โครงที่เปลี่ยนช่องได้
Could you show me how to [use this machine / fill this in]?
ดัดแปลงต่อ
  • Could you show me how to use this machine?
    ระบุสิ่งที่ต้องการเรียนรู้
  • Could you show me on the map?
    ให้ชี้บนแผนที่ ลดโอกาสหลง
  • Let me try. Is this right?
    ลองทำเองแล้วขอให้ตรวจ ช่วยจำได้ดีกว่าดูอย่างเดียว

ระวังจุดพลาด: หลัง show me how to ใช้กริยาช่องที่ 1: how to use ไม่ใช่ “how to using”

เสียงที่ทำให้ฟังรู้เรื่อง

Could you พูดเร็วจะเชื่อมเป็นเสียงคล้าย “คู-จู” เพราะเสียง d ชนกับ y แล้วกลายเป็นเสียงใกล้ “จ” เมื่อฟังเจ้าของภาษาพูดว่า “คูจูเฮ็ลพ์มี” ให้รู้ว่านี่คือ Could you help me

please อยู่ท้ายประโยค ช่วยลดความแข็งของคำขอ ให้ลงเสียงต่ำและเบาลงเล็กน้อย ไม่ต้องลากยาว

บทสนทนาจริง

ฉาก: หน้าตู้ซื้อตั๋วรถไฟฟ้า

AExcuse me, could you help me?ขอโทษครับ ช่วยหน่อยได้ไหมครับ
BSure. What’s the problem?ได้ค่ะ มีปัญหาอะไรคะ
AI want to go to the airport, but I don’t know how to buy a ticket.ผมจะไปสนามบิน แต่ไม่รู้วิธีซื้อตั๋ว
BFirst, choose your station here, then pay with cash or a card.เลือกสถานีตรงนี้ก่อน แล้วจ่ายเป็นเงินสดหรือบัตร
ASorry, could you say that again, please? A little more slowly?ขอโทษครับ ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม ช้าลงหน่อย
BOf course. Choose your station. Then pay.ได้ค่ะ เลือกสถานี แล้วจ่ายเงิน
ACould you show me how?ช่วยทำให้ดูหน่อยได้ไหมครับ
BSure, watch. Touch here… and here.ได้ค่ะ ดูนะ แตะตรงนี้ แล้วก็ตรงนี้
ALet me try. Is this right?ผมลองเองนะครับ แบบนี้ถูกไหม
BPerfect! Have a good trip.ถูกเป๊ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ

A ใช้สามประโยคจากบทนี้ต่อกัน: ขอความช่วยเหลือ ขอให้พูดซ้ำ และขอให้ทำให้ดู แล้วจบด้วยการลองเองและขอให้ตรวจ ซึ่งเป็นวิธีเรียนที่ทำให้จำได้นาน

ฝึกเลือกให้เหมาะ · 5 ข้อ

แตะตัวเลือกเพื่อดูเหตุผล หากยังไม่ถูกให้อ่านคำอธิบายแล้วลองใหม่ ระบบนับเฉพาะข้อที่ถูกตั้งแต่ครั้งแรก

1. คุณฟังพนักงานไม่ทัน ควรพูดว่าอะไร

2. คุณอยากรู้ว่า “ร่ม” ภาษาอังกฤษพูดว่าอย่างไร

3. คุณต้องการให้พนักงานในห้างช่วย ควรเริ่มอย่างไร

4. คุณถามหาตู้ ATM แล้วได้คำตอบว่า “It’s next to the coffee shop.” แปลว่า

5. ประโยคใดถูกต้องและสุภาพที่สุด

ทำแล้ว 0/5 ข้อ

ฝึกเขียนแล้วพูด

เขียนบทพูด 3 ประโยคสำหรับสถานการณ์นี้: คุณอยู่ที่คลินิกและไม่เข้าใจคำแนะนำเรื่องการกินยา ให้มีการเรียกความสนใจ การขอให้พูดช้าลง และการขอให้เขียนหรือชี้ให้ดู

ดูตัวอย่างคำตอบ

Excuse me, could you help me? Could you speak a little more slowly, please? And could you show me which medicine is for the morning?

สังเกตว่าทั้งสามประโยคใช้ Could you… ทั้งหมด โครงเดียวนี้ใช้ขอได้แทบทุกอย่าง เปลี่ยนเพียงกริยาหลังจากนั้น

ภารกิจจริง: เลือกหนึ่งข้อ: ถามพนักงานหรือคนที่พูดอังกฤษหนึ่งคำถามด้วยประโยคในบทนี้ หรือดูคลิปภาษาอังกฤษสั้น ๆ แล้วฝึกพูด “Sorry, could you say that again?” ทุกครั้งที่ฟังไม่ทัน ก่อนกดย้อนกลับ การพูดออกมาจริงช่วยให้ประโยคนี้กลายเป็นนิสัย

Full set · 39 บาท / 39 เครดิตชุดเต็ม: บทที่ 3–5 แบบทดสอบ งานปลายชุด และแผนฝึก

หากสองบทแรกช่วยคุณได้ ชุดเต็มจะพาไปสู่สามหน้าที่ที่เหลือ ซึ่งเป็นส่วนที่ปกป้องผลประโยชน์และเปิดโอกาสได้มากที่สุด ได้แก่ การยืนยันข้อมูล เพื่อกันนัดผิด เงินผิด และงานผิด การแก้ปัญหาอย่างสุภาพ ทั้งการแจ้งบิลผิด การขอคืนเงิน และการไม่เห็นด้วยอย่างให้เกียรติ และ การสร้างโอกาส ผ่านบทแนะนำตัวที่บอกความสนใจและประสบการณ์อย่างเป็นรูปธรรม

ในชุดเต็มมีประโยคแกนอีก 18 ประโยคพร้อมรูปดัดแปลง บทสนทนาอีก 3 ฉาก แบบฝึก 15 ข้อ แบบทดสอบท้ายชุด 12 ข้อพร้อมเหตุผลทุกตัวเลือก งานปลายชุดสามฉากพร้อมเกณฑ์ประเมินและบทตัวอย่าง แผนฝึก 14 วัน และรายการเช็ก 30 ประโยคที่บันทึกความก้าวหน้าไว้ในอุปกรณ์ของคุณ ซื้อแล้วกลับมาเรียนต่อที่หน้านี้ได้ด้วยบัญชีเดิม

ส่วนนี้สำหรับผู้เรียนที่มีแพ็กแบบฝึกชุดเต็มแล้ว

จ่ายครั้งเดียว อยู่ในชั้นหนังสือของคุณ กลับมาเรียนต่อได้ทุกเมื่อ ทุกอุปกรณ์

฿39.00 หรือ 39 เครดิต

เข้าสู่ระบบ หรือสมัครบัญชีฟรี

บัญชีช่วยเก็บทุกเล่มที่คุณปลดล็อกไว้ในชั้นหนังสือเดียว

Keep learningยังไม่ซื้อ ก็ฝึกต่อได้

สองบทแรกของชุดนี้เปิดให้เรียนฟรีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก และ ENG ยังมีบทเรียนฟรีอีกจำนวนมาก บทเรียนอังกฤษฟรีของ ENG · อ่าน “ภาษาอังกฤษเมื่อเราไม่เข้าใจ” ฟรีทั้งเล่ม ซึ่งเข้ากับบทที่ 2 ได้ดี เมื่อพร้อมฝึกพูดในสถานการณ์ที่หลากหลายขึ้น ชุด พูดอังกฤษในชีวิตประจำวัน · ชุดที่ 1 คือก้าวถัดไป

ประโยค บทสนทนา โจทย์ และตัวอย่างทั้งหมดในชุดนี้เขียนขึ้นใหม่สำหรับ ENG · สำนักพิมพ์ประชาชน ชื่อบุคคลและสถานที่ในบทสนทนาเป็นตัวละครสมมติ การชำระเงินและการทำแบบฝึกไม่รับประกันผลการเรียน ผลลัพธ์ขึ้นกับการฝึกอย่างสม่ำเสมอ · ฉบับที่ 1 · 15 ตุลาคม 2569