CIVIC EDUCATION FOR THAILAND
ชุดความรู้พลเมือง · เล่ม ๒
อำนาจอธิปไตย
เป็นของใคร
จากคำถามใหญ่ของการเมือง
สู่สิทธิ เสียง และชีวิตประจำวันของคนไทย
โดย เสน่ห์ ถิ่นแสน
สำนักพิมพ์ประชาชน · ห้องสมุดประชาชน
ถนนหน้าบ้านพัง โรงพยาบาลรอนาน ลูกเรียนในห้องที่ร้อนอบอ้าว เรามักถามว่า “ใครจะมาช่วย” หนังสือเล่มนี้ชวนถามเพิ่มว่า ใครมีหน้าที่ตัดสินใจ เขาใช้อำนาจจากไหน และเรามีสิทธิติดตามคำตอบอย่างไร
อำนาจอธิปไตยจึงไม่ได้อยู่เฉพาะในรัฐธรรมนูญ แต่อยู่ในความสัมพันธ์ระหว่างชีวิตของเรากับการตัดสินใจสาธารณะ ตั้งแต่เงินหนึ่งก้อนในงบประมาณ ไปจนถึงสิทธิของคนที่เสียงเบาที่สุดในห้องประชุม
คำนำ · ทำให้คำใหญ่กลับมาอยู่ในมือคนธรรมดา
หนังสือความรู้พลเมืองไม่ควรทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าต้องเรียนรัฐศาสตร์เสียก่อนจึงจะถามเรื่องบ้านเมืองได้ เพราะก่อนที่เราจะรู้จักคำว่าอำนาจอธิปไตย เราก็อยู่กับผลของมันแล้ว เราใช้ถนนตามลำดับความสำคัญที่ใครบางคนกำหนด จ่ายค่าเดินทางภายใต้ระบบที่ใครบางคนออกแบบ และได้รับบริการสาธารณะตามกติกาที่เราอาจไม่เคยเห็นขั้นตอนการสร้าง
แต่ความใกล้ตัวไม่ใช่เหตุผลให้ลดทอนเรื่องยากจนเหลือคำขวัญ หนังสือเล่มนี้จึงพยายามทำสองอย่างพร้อมกัน คืออธิบายแนวคิดให้ตรง และพาผู้อ่านไปถึงจุดที่ใช้แนวคิดนั้นตรวจสอบเหตุผลของการตัดสินใจได้ เราจะไม่หยุดที่ประโยคว่า “อำนาจเป็นของประชาชน” แต่จะถามว่า ประชาชนกลุ่มใดเข้าถึงข้อมูล ใครร่วมกำหนดทางเลือก ใครมีสิทธิคัดค้าน และเมื่อรัฐทำผิด ใครทำให้เกิดการแก้ไขได้จริง
การเป็นพลเมืองไม่ได้แปลว่าต้องคิดเหมือนผู้เขียน หรือเห็นตรงกับคนส่วนใหญ่ทุกเรื่อง ผู้อ่านอาจสนับสนุนนโยบายเดียวกับที่ผู้เขียนสงสัย หรือคัดค้านข้อเสนอที่คนอื่นชื่นชมได้ สิ่งที่สำคัญกว่าความเห็นตรงกันคือการมีเหตุผลที่ตรวจสอบได้ ยอมให้หลักฐานเปลี่ยนความคิด และใช้มาตรฐานเดียวกันกับฝ่ายที่เราชอบและฝ่ายที่เราไม่ชอบ
ความรับผิดชอบของพลเมืองก็ไม่ใช่ข้ออ้างให้รัฐโยนภาระกลับมาที่ประชาชน คนที่ต้องทำงานหลายกะ คนที่มีภาระดูแลครอบครัว หรือคนที่ถูกกีดกันจากข้อมูล ไม่ได้มีสิทธิน้อยลงเพราะร่วมประชุมไม่ได้ รัฐและองค์กรสาธารณะมีหน้าที่ทำให้การเข้าถึงสิทธิสะดวก เป็นธรรม และปลอดภัย การมีส่วนร่วมจึงต้องพัฒนาทั้งความสามารถของคนและเงื่อนไขของระบบไปด้วยกัน
ถ้าหนังสือเล่มนี้ช่วยให้ท่านเปลี่ยนคำถามจาก “เขาจะให้อะไรเรา” เป็น “เขามีหน้าที่อะไร และต้องตอบต่อใคร” ได้สักเรื่อง การเดินทางของเราก็เริ่มต้นแล้ว
สำนักพิมพ์ประชาชน
วิธีอ่านหนังสือเล่มนี้
อ่านต่อเนื่องเพื่อเห็นภาพรวม หรือเริ่มจากบทที่เกี่ยวกับปัญหาของท่านก็ได้ แต่ละบทมีคำถามให้ลองใช้หลักคิด ส่วนท้ายเล่มมีเครื่องมือที่นำไปปรับใช้ได้ทันที เรื่องเล่าที่มีตัวละครและตัวเลขในกล่องกรณีศึกษาทั้งหมดเป็น สถานการณ์สมมติสำหรับฝึกคิด ไม่ใช่รายงานข้อกล่าวหาต่อบุคคลหรือหน่วยงานจริง
ตัวบทกฎหมายที่ใช้เป็นฐานระบุไว้ในเชิงอรรถและบรรณานุกรม การอธิบายหลักการไม่เท่ากับการรับรองผลในคดีเฉพาะเรื่อง หากจะยื่นคำร้องหรือดำเนินกระบวนการจริง ให้ตรวจฉบับกฎหมาย ขั้นตอน และกำหนดเวลาที่ใช้กับกรณีนั้นอีกครั้ง
ใครมีสิทธิสั่งเรา
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งขอให้รถหยุดหน้าทางม้าลาย คนขับเหยียบเบรกโดยแทบไม่ต้องคิด ในเวลาอื่น คนแปลกหน้าสั่งให้เราเปิดกระเป๋าสตางค์ เรากลับปฏิเสธหรือขอความช่วยเหลือ ทั้งสองเหตุการณ์มีคนหนึ่งต้องการให้อีกคนทำตาม แต่เราไม่ได้ยอมรับคำสั่งทั้งสองแบบเท่ากัน คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่าใครสั่งได้ แต่คือใครมีสิทธิสั่งเรื่องใด ภายใต้กติกาอะไร
อำนาจ ในความหมายกว้างคือความสามารถทำให้ผลลัพธ์เป็นไปตามที่ต้องการ แม้อีกฝ่ายอาจไม่เห็นด้วย อำนาจอาจอาศัยกำลัง เงิน ความรู้ ตำแหน่ง หรือการควบคุมข้อมูล ส่วน ความชอบธรรม ถามต่อว่าเหตุใดการใช้อำนาจนั้นจึงควรได้รับการยอมรับ คนที่ทำให้ผู้อื่นเชื่อฟังได้จึงไม่ได้มีเหตุผลเพียงพอให้เราสรุปว่าเขาควรมีสิทธิทำเช่นนั้น
การยอมรับไม่ใช่หลักฐานว่าถูกต้องทุกครั้ง
เวเบอร์อธิบายฐานการยอมรับอำนาจสามแบบ ได้แก่จารีต บารมีเฉพาะตัว และความเชื่อในกฎเกณฑ์ทางกฎหมาย ทั้งสามเป็นแบบจำลองเพื่ออธิบายการเชื่อฟัง ซึ่งในชีวิตจริงอาจผสมกัน ไม่ใช่ตารางจัดอันดับว่าใครเป็นคนดีหรือใครมีสิทธิปกครองโดยอัตโนมัติ นิยามรัฐของเขายังเน้นการอ้างสิทธิผูกขาดการใช้กำลังโดยชอบธรรมในดินแดนหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าการใช้กำลังของรัฐทุกครั้งถูกต้องแล้วเพียงเพราะรัฐเป็นผู้ใช้ [๑]
เราจึงควรแยกคำถามสองชั้น ชั้นแรกเป็นคำถามเชิงข้อเท็จจริงว่า “ทำไมคนจึงยอม” เขาอาจกลัว เคยชิน ศรัทธา หรือไม่มีทางเลือก ชั้นที่สองเป็นคำถามเชิงหลักการว่า “มีเหตุผลใดรองรับให้ยอมรับได้” เช่น อำนาจมีฐานกฎหมาย เคารพสิทธิ ใช้เท่าที่จำเป็น และเปิดให้ตรวจสอบหรือเยียวยา ความเงียบในห้องประชุมจึงไม่ใช่หลักฐานของความยินยอมเสมอไป หากคนที่อยากทักท้วงเสี่ยงเสียงานหรือถูกกีดกัน
กรณีสมมติ · เงินสมทบที่ไม่มีใครกล้าถาม
ผู้ปกครองได้รับแจ้งให้สมทบเงินปรับปรุงห้องเรียน ทุกคนเห็นว่าเด็กควรมีห้องที่ดี แต่ไม่มีเอกสารชี้แจงว่าเงินนี้สมัครใจหรือเป็นเงื่อนไขอะไร หากถามเพียงว่า “ครูตั้งใจดีหรือไม่” เราอาจมองไม่เห็นปัญหาที่สำคัญกว่า คือใครมีอำนาจกำหนดค่าใช้จ่าย ผู้ปกครองได้รับข้อมูลครบหรือยัง และเด็กจะเสียโอกาสหรือไม่หากครอบครัวไม่พร้อมจ่าย
การเริ่มขอหนังสือชี้แจงฐานอำนาจ วัตถุประสงค์ และวิธีดูแลเด็กทุกคน ไม่เท่ากับกล่าวหาว่าโรงเรียนทุจริต แต่เป็นการขอให้ความสัมพันธ์ที่มีอำนาจไม่เท่ากันกลับมาอยู่บนเหตุผลที่ตรวจสอบได้ กติกาที่ชัดช่วยทั้งผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานสุจริต
ความเชี่ยวชาญก็มีคุณค่า แต่ไม่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นเจ้าของชีวิตคนอื่น วิศวกรอธิบายได้ว่าสะพานแบบใดแข็งแรง ส่วนคำถามว่าจะสร้างตรงไหน ใครต้องย้ายบ้าน และใครรับภาระค่าใช้จ่าย ต้องพิจารณาความรู้ร่วมกับสิทธิและเสียงของผู้ได้รับผลกระทบ ความรู้ช่วยให้ตัดสินใจดีขึ้น ขณะที่ความรับผิดช่วยให้คนที่ใช้ความรู้นั้นต้องตอบต่อผลของการตัดสินใจ
ลองใช้กับชีวิตของเรา
นึกถึงคำสั่งหนึ่งที่กระทบชีวิตท่าน แล้วเขียนแยกสามข้อ: ผู้สั่งมีตำแหน่งอะไร เขาอ้างกติกาใด และเราสามารถขอเหตุผลหรือทักท้วงผ่านช่องทางไหน หากตอบได้เพียงข้อแรก แสดงว่าเรายังรู้จักผู้มีอำนาจมากกว่ารู้จักขอบเขตอำนาจของเขา
อ่านต่อฉบับเต็ม · ๓๙ บาท
คำนำ สารบัญ และบทที่ ๑ เปิดอ่านฟรี ฉบับเต็มมี ๑๒ บท เครื่องมือพลเมือง ๖ ชุด และแบบฝึกพร้อมแนววิเคราะห์ ซื้อครั้งเดียว กลับมาอ่านด้วยบัญชีเดิมได้
ส่วนนี้สำหรับผู้อ่านที่มีหนังสือเล่มนี้แล้ว
จ่ายครั้งเดียว อยู่ในชั้นหนังสือของคุณตลอดไป กลับมาอ่านได้ทุกเมื่อ ทุกอุปกรณ์
฿39.00 หรือ 39 เครดิต
บัญชีช่วยเก็บทุกเล่มที่คุณปลดล็อกไว้ในชั้นหนังสือเดียว
เชิงอรรถและบรรณานุกรม
เลขเชิงอรรถในเนื้อหาชี้ไปยังแหล่งสำหรับข้ออธิบายที่ระบุ ไม่ได้หมายความว่าแหล่งนั้นรับรองข้อวิเคราะห์ทั้งหมดของผู้เขียน กรณีสมมติ แบบฝึก และเครื่องมือเป็นเนื้อหาที่เรียบเรียงขึ้นสำหรับหนังสือเล่มนี้ รายการอ่านต่อแยกไว้ต่างหาก เพื่อไม่ให้รายการบรรณานุกรมยาวแทนการอ้างอิงที่ตรวจได้
- Weber, Max. (1919/1946). “Politics as a Vocation.” ใน H. H. Gerth และ C. W. Mills (บรรณาธิการและผู้แปล), From Max Weber: Essays in Sociology, หน้า 77–128. Oxford University Press. ใช้ส่วนต้นเรื่องรัฐและฐานความชอบธรรมสามแบบ อ่านข้อความที่เผยแพร่โดย Columbia University
- Hobbes, Thomas. (1651). Leviathan, ภาค ๑ บท ๑๓ และภาค ๒ บท ๑๗–๑๘, ๒๑. ใช้เพื่ออธิบายอำนาจร่วม ความปลอดภัย และข้อถกเถียงเรื่องเสรีภาพของผู้ถูกปกครอง อ่านฉบับสาธารณสมบัติใน Project Gutenberg
- Locke, John. (1689). Second Treatise of Government, บท ๑๑ และบท ๑๓ โดยเฉพาะย่อหน้า ๑๔๙. ใช้อธิบายอำนาจที่ได้รับความไว้วางใจและข้อจำกัดของฝ่ายนิติบัญญัติ อ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษ
- Rousseau, Jean-Jacques. (1762). The Social Contract, เล่ม ๑ บท ๖–๗ และเล่ม ๒ บท ๑–๔. ฉบับแปล G. D. H. Cole ใน The Social Contract & Discourses. ใช้อธิบายอำนาจของปวงชนและเจตจำนงร่วม พร้อมข้อจำกัดการตีความ อ่านฉบับแปล
- พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช ๒๔๗๕. ราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๗๕, มาตรา ๑. อ่านเอกสารประวัติศาสตร์จากพิพิธภัณฑ์รัฐสภา
- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐. ใช้มาตรา ๓ เป็นฐานอธิบายเจ้าของและการใช้อำนาจในระบบไทย ประกอบฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามรายการรัฐสภา ตัวบทรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ · รายการฉบับรวมการแก้ไข พ.ศ. ๒๕๖๔
- สำนักงบประมาณ. แพลตฟอร์มงบประมาณสำหรับประชาชน และ งบประมาณฉบับประชาชน ปีงบประมาณ ๒๕๖๙. ใช้เป็นทางเริ่มค้นเอกสาร ไม่ได้นำตัวเลขงบจริงมาสร้างกรณีสมมติในเล่ม แพลตฟอร์มงบประมาณ · เอกสารฉบับประชาชน
- กรมบัญชีกลาง. เอกสารคู่มือสำหรับประชาชนเรื่องระบบ e-GP ซึ่งเป็นศูนย์กลางข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ อ่านคู่มือ การค้นโครงการควรใช้ชื่อหน่วยงาน เลขโครงการ และปีให้ตรงกัน
- สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง. ข้อมูลการมีส่วนร่วมและการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย อธิบายเงื่อนไขผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ คนในเรื่องตามหมวดที่กำหนด อ่านคำอธิบาย · สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. ๒๐ คำถามกับการเข้าชื่อเสนอกฎหมายโดยประชาชน ใช้ตรวจขั้นตอนเพิ่มเติมก่อนดำเนินการ
- สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ. คำอธิบายมาตรา ๑๑ เรื่องการขอข้อมูลข่าวสารอื่นของราชการ อ่านคำอธิบายมาตรา ๑๑ และ คำอธิบายข้อมูลที่ห้ามหรืออาจไม่เปิดเผย
- พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐. ใช้แยกหลักการขอข้อมูล การร้องเรียน และอุทธรณ์ โดยเฉพาะมาตรา ๑๑, ๑๓–๑๕ และ ๑๘ อ่านตัวบทที่หน่วยงานรัฐเผยแพร่ ตัวบทและเงื่อนไขเฉพาะมีความสำคัญกว่าคำย่อในแบบฝึก
อ่านต่อเพื่อขยายกรอบความคิด
ก · ประวัติศาสตร์ของอธิปไตย: Bodin, J. (1992). On Sovereignty: Four Chapters from the Six Books of the Commonwealth (J. H. Franklin, บรรณาธิการและผู้แปล). Cambridge University Press. งานเดิม ค.ศ. 1576. อ่านตัวอย่างบทจากสำนักพิมพ์ เหมาะสำหรับอ่านข้อถกเถียงเรื่องอำนาจสูงสุดในบริบทของการสร้างรัฐ ไม่ควรนำมาทาบกับรัฐธรรมนูญปัจจุบันโดยตรง
ข · การเลือกตั้งกับเงื่อนไขของประชาธิปไตย: Dahl, R. A. (1971). Polyarchy: Participation and Opposition. Yale University Press; Zakaria, F. (1997). “The Rise of Illiberal Democracy.” Foreign Affairs, 76(6), 22–43 (อ่านบทความจากเว็บไซต์ผู้เขียน); Levitsky, S., & Way, L. A. (2010). Competitive Authoritarianism: Hybrid Regimes after the Cold War. Cambridge University Press. รายการเหล่านี้เป็นแหล่งอ่านต่อเรื่องการแข่งขัน การมีส่วนร่วม และความสัมพันธ์ระหว่างการเลือกตั้งกับสิทธิ ไม่ได้ใช้จัดอันดับประเทศในหนังสือเล่มนี้
ค · การกระทำร่วมและสถาบัน: Arendt, H. (1970). On Violence. Harcourt, Brace & World; Pettit, P. (1997). Republicanism: A Theory of Freedom and Government. Oxford University Press; Putnam, R. D., Leonardi, R., & Nanetti, R. Y. (1993). Making Democracy Work: Civic Traditions in Modern Italy. Princeton University Press. ใช้เป็นทางศึกษาต่อเรื่องอำนาจ เสรีภาพจากการครอบงำ และความร่วมมือ โดยควรอ่านข้อจำกัดของแต่ละกรอบด้วย
หมายเหตุการอ้างอิงและวันจัดทำ
ฉบับขยายจัดทำวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๙ แหล่งออนไลน์อาจเปลี่ยนที่อยู่ และเอกสารกฎหมายอาจมีการแก้ไขหลังฉบับที่อ้าง จึงระบุชื่อกฎหมายและมาตราให้ค้นต่อได้ แม้ลิงก์เปลี่ยน หนังสือไม่ได้อ้างว่าได้ตรวจครบทุกกฎหมายหรือคำวินิจฉัยที่อาจใช้ในกรณีจริง และไม่ใช้จำนวนผู้เข้าชื่อหรือขั้นตอนจากเรื่องหนึ่งแทนอีกเรื่อง
เดินต่อใน ENG
สำนักพิมพ์ประชาชน → · คลังความรู้ · อ่านฟรี → · คู่มือพลเมืองมดแดง →